"ยาย-แม่-ฉัน" และการดูแลกันเมื่อคนหนึ่งเป็นเบาหวาน

กรณีศึกษา

ForYouurSweetHeart_Mhunoiii_Cover

ยายกับฉันไม่ค่อยสนิทกันเท่าไหร่เพราะบ้านยายอยู่คนละอำเภอ แต่ฉันจำได้ว่าวันอาทิตย์จะได้ไปเที่ยวบ้านยายเรื่อย ๆ ซึ่งเป็นเรื่องสนุกมากเพราะยายทำขนมไทยขาย มีทั้งทองหยิบ ฟักทองสังขยา ข้าวเหนียวหม้อแกง ตะโก้ ฯลฯ ขนมไทยยายต้องยกให้เป็นที่หนึ่งเลย อร่อยที่สุดจริง ๆ

ForYouurSweetHeart_Mhunoiii_01

ตั้งแต่ฉันเด็ก ๆ ก็พอรู้ว่ายายเป็นโรคเบาหวาน แม่เล่าว่าแม่รู้ว่ายายเป็นเบาหวานตั้งแต่สมัยแม่เรียนม.ต้น เพราะแม่สังเกตเห็นมดดำขึ้นบริเวณรอบ ๆ โถส้วมหลังจากที่ยายเข้าห้องน้ำจึงไปตรวจโรงพยาบาลและพบว่าเป็นเบาหวาน จากตอนนั้นมายายก็ต้องทานยารักษาอาการเบาหวานมาตลอด

อาการของโรคเบาหวานเกิดจากความผิดปกติของร่างกายที่มีการผลิตฮอร์โมนอินซูลินไม่เพียงพอ ซึ่งอินซูลินมีหน้าที่ในการนำน้ำตาลเข้าสู่เซลล์ของร่างกายเพื่อนำไปเผาผลาญเป็นพลังงาน ดังนั้นเมื่อขาดอินซูลินจึงส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น ซึ่งในระยะยาวจะส่งผลให้เกิดการทำลายหลอดเลือด และนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ อย่างโรคหัวใจ

ดังนั้นการดูแลผู้ป่วยเบาหวานที่ดีที่สุดก็คือการคุมน้ำตาลในเลือดด้วยการคุมอาหาร ซึ่งแม่บอกว่านี่แหละคือเรื่องที่ยากที่สุด เพราะยายเป็นคนชอบทานผลไม้ที่มีรสหวาน แถมยังเป็นคนจันทบุรีที่มีผลไม้ถูก ๆ อร่อย ๆ ให้กินได้ตลอดปี ทำให้น้ำตาลในเลือดของยายมีความสวิงขึ้นลงเป็นพัก ๆ แม่เรียกว่าเป็นการดูแลตัวเองในแบบของยาย คือ ช่วงไหนน้ำตาลสูงยายก็ลดการทานหวานลง แต่พอค่าน้ำตาลปกติก็แอบทานอีก นี่แหละสไตล์ยาย

จนถึงวันนึงเกิดภาวะที่น้ำตาลในเลือดสูงมากจนยาที่ทานเอาไม่อยู่ คุณหมอจึงต้องปรับเพิ่มให้มีการฉีดอินซูลิน ด้วยความที่ต้องฉีดทุกวัน คนป่วยจึงต้องหัดฉีดยาด้วยตัวเอง ซึ่งฉันก็เห็นยายฉีดอินซูลินเองมาตลอดตั้งแต่ตอนนั้น

แม่บอกยายใช้ชีวิตกับโรคเบาหวานมาร่วม 30 ปี ลูกหลานก็ช่วยกันดูแล ช่วยคุมอาหาร และพายายไปหาหมอตามเท่าที่ยายให้ความร่วมมือ เพราะสมัยก่อนข้อมูลความรู้เรื่องโรคเบาหวานและภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ยังไม่เข้าถึงคนทั่วไปมากเท่าสมัยนี้ ทำให้การดูแลตัวเองและความตระหนักต่อโรคยังไม่สูงมากนัก แต่ยายก็เก่งมาก ๆ ที่ใช้ชีวิตกับโรคเบาหวานมาได้ยาวนานขนาดนี้

ForYouurSweetHeart_Mhunoiii_02

ของฝากจากโรคเบาหวานของยายนอกจากภาวะแทรกซ้อนทางตาก็คือ ความดันโลหิตสูง หัวใจโต  และไตเสื่อม ซึ่งอาการสุดท้ายที่ทำให้ยายจากไปเกิดจากความดันขึ้นสูงมากจนทำให้เส้นเลือดในสมองแตก โดยยายมีอาการอาเจียน ตาลอย และไม่รับรู้ ซึ่งหลังจากถึงมือหมอและทำการผ่าตัดเอาเลือดที่คั่งออกเรียบร้อยแล้ว ไม่กี่ชั่วโมงยายก็หลับและจากไปอย่างสงบ

การป่วยด้วยโรคเบาหวานของยายทำให้ได้รู้ว่าการดูแลผู้ป่วยเบาหวานไม่ใช่เรื่องยากแต่ต้องอาศัยการให้ความร่วมมือของผู้ป่วยเองเป็นหลัก ซึ่งผู้ป่วยก็สามารถใช้ชีวิตได้เหมือนคนปกติด้วยการดูแลตัวเองในการคุมอาหาร ออกกำลังกาย มีการตรวจวัดน้ำตาลในเลือดอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงการตรวจสุขภาพด้านอื่นเพื่อระวังการเกิดภาวะแทรกซ้อนซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตของผู้ป่วยโรคเบาหวาน แต่สิ่งสำคัญอีกหนึ่งอย่างที่ไม่ควรมองข้ามเลยคือเรื่องของ "กำลังใจ" จากครอบครัว ที่จะช่วยให้ผู้ป่วยรู้สึกมีแรงฮึดสู้ในการดูแลตัวเอง 

จากประสบการณ์ที่เล่ามา "โรคเบาหวาน" จึงถือเป็นโรคใกล้ตัวที่ฉันได้เรียนรู้มาตั้งแต่เด็ก ซึ่งในความเป็นจริงก็จัดเป็นโรคใกล้ตัวของทุกคนมาก ๆ จัดเป็นโรคที่เป็นกันทั่วโลกรวมถึงในประเทศไทยที่มีแนวโน้มจะเพิ่มจำนวนขึ้นทุกปี และที่น่ากลัวคือกว่าครึ่งของผู้ป่วยไม่ทราบว่าตัวเองเป็นโรคเบาหวาน! ดังนั้นการตรวจคัดกรองโรคตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม 

บุคคลที่มีความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานและควรตรวจคัดกรอง คือกลุ่มคนที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป, น้ำหนักเกินมาตรฐาน, มีโรคความดัน, มีโรคหัวใจและหลอดเลือด, มีประวัติเป็นโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ รวมถึงมีประวัติว่าคนในครอบครัวป่วยด้วยโรคเบาหวาน เพราะโรคเบาหวานนี้สามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้ ซึ่งแน่นอนว่าฉันและแม่ก็มีความเสี่ยงที่จะเป็นเบาหวานได้เช่นเดียวกัน

ForYouurSweetHeart_Mhunoiii_03

ทุกวันนี้แม่ของฉันเข้ารับการตรวจสุขภาพทุก 6 เดือนตามแพทย์นัดเพื่อตรวจสุขภาพทั่วไปและตรวจคัดกรองเบาหวาน ส่วนตัวฉันเองก็ตรวจสุขภาพทุกปีเช่นกัน รวมถึงน้า ๆ พี่น้องของแม่ก็ด้วย น่าตกใจนิดนึงว่า ตอนนี้พบว่าน้าสาวคนหนึ่งเริ่มมีอาการเบาหวานระยะต้น เบาหวานกับกรรมพันธุ์ถ่ายทอดถึงกันได้จริง ๆ

แต่สำหรับแม่และฉัน ผลการตรวจสุขภาพทุกอย่างยังปกติดี ไม่มีจุดไหนน่ากังวลเป็นพิเศษ แต่เราก็ไม่ได้ชะล่าใจ ก็พยายามดูแลตัวเองให้ดี ด้วยการเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายร่วมด้วย สังเกตตัวเองและตรวจสุขภาพเป็นประจำ เพราะสุขภาพที่ดีสร้างได้ด้วยตัวเราเอง ซึ่งจะเป็นเกราะที่ช่วยป้องกันลดความเสี่ยงการเกิดโรคภัยต่าง ๆ ได้ดีที่สุด

สำหรับใครที่มีคนในครอบครัวเป็นโรคเบาหวานเช่นเดียวกัน ไม่อยากให้เครียดหรือกังวลมากเกินไปจนทำให้เกิดความทุกข์ใจ เบาหวานเป็นโรคที่สามารถใช้ชีวิตปกติได้ด้วยการดูแลตัวเองและความเข้าใจของคนในครอบครัว แต่สิ่งที่ควรระวังให้มากที่สุดคือภาวะโรคแทรกซ้อน เพราะสาเหตุการเสียชีวิตสำคัญอันดับ 1 ของผู้ป่วยเบาหวานเกิดจากโรคหัวใจและหลอดเลือด เบาหวานไม่เบาใจ ขอเป็นกำลังใจให้ทุกครอบครัวนะคะ

เนื้อหาโดย : Mhunoiii

ผู้สนับสนุนโครงการ