เบาหวาน แต่ไม่ห่างรัก

กรณีศึกษา

เบาหวานแต่ไม่ห่างรัก_1

เรื่อง : อรวรรณ ชวศิลป 
เรียบเรียง : เสาวลักษณ์ ศรีสุวรรณ 

ฉันไม่เคยสงสัยเลยว่าทำไมคุณแม่ (อารีย์ จีเลาะ) วัย 65 ปีถึงป่วยเป็นโรคเบาหวาน เพราะโรคนี้ไม่ได้ อยู่ดีๆ ก็เป็น แต่เป็นความเสี่ยงที่มาจากการกินอยู่ใน ชีวิตประจำวันของเรานั่นเอง คุณแม่ชอบกินแกงกะทิ อาหารทอดๆ อาหารรสจัด และที่ขาดไม่ได้คือน้ำอัดลมที่ดื่มแทนน้ำเลยทีเดียว รวมทั้งมีน้ำหนักเกินมาตรฐาน ไม่ได้ออกกำลังกาย แม้จะทำงานบ้านบ้างแต่ก็น้อยกว่าแคลอรีที่กินเข้าไป มากโข ไม่นับว่าท่านมีพ่อแม่ญาติพี่น้องป่วยเป็นโรคนี้ เช่นเดียวกัน

ครอบครัวของเรามีกันสามคนพ่อแม่ลูก คุณพ่อ (อ๊อด จีเลาะ) วัย 71 ปีเป็นอดีตพนักงานรัฐวิสาหกิจ หลังเกษียณ คุณพ่อออกกำลังกายทุกวันเพราะเชื่อมั่นว่า ตัวเขาเองต้อง “แข็งแรง” เพื่อดูแลคุณแม่ ส่วนฉันซึ่งเป็น ลูกสาวคนเดียวทำงานที่หน่วยงานของรัฐ เราสองคน จับมือกันดูแลคุณแม่ได้อย่างลงตัวและคอยสร้างรอยยิ้ม ให้แก่กัน คุณพ่อดูแลโดยปรับเรื่องอาหารการกินของ คุณแม่เป็นหลัก ส่วนฉันตื่นเช้ามา นอกจากทำงานบ้าน แล้วก็มาดูแลท่านทั้งจัดยาและล้างไตทางช่องท้อง (PD) พ่อลูกช่วยกันล้างไตให้แม่วันละ 4 รอบ เพราะนอกจาก ป่วยเป็นโรคเบาหวานแล้ว คุณแม่ยังมีโรคแทรกซ้อนคือ โรคความดันโลหิตสูงและโรคไต

เบาหวานแต่ไม่ห่างรัก_2

คุณหมอบอกว่า “สาเหตุการเสียชีวิตที่สำคัญอันดับ 1 ของผู้ป่วยเบาหวานเกิดจากโรคหัวใจและหลอดเลือด” และก็เป็นจริงอย่างที่คุณหมอบอกเพราะ 10 ปีหลังจาก เป็นเบาหวาน คุณแม่ก็มีอาการกล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรง ตามมา ผลที่เห็นได้ชัดหลังจากที่คุณแม่กล้ามเนื้อ หัวใจอ่อนแรงคือร่างกายไม่แข็งแรงเท่าเดิม เหนื่อย ง่ายขึ้น ไม่ค่อยมีแรงเพราะระบบหัวใจทำงานได้ไม่เต็มที่ ดังเดิม

เบาหวานแต่ไม่ห่างรัก_3

ช่วงแรกๆ ที่คุณแม่เป็นเบาหวาน ฉันไม่รู้มาก่อนว่า ภาวะระดับน้ำตาลในเลือดต่ำของผู้ป่วยเบาหวานเป็น อย่างไร เช้าวันหนึ่งเมื่อไปดูคุณแม่ที่เตียงแล้วพบว่าท่านเหงื่อแตกท่วมตัว และมีอาการสะลึมสะลือไม่ค่อยได้สติ จึงหาน้ำหวานให้ท่านดื่มและช่วยเช็ดตัว ทำให้อาการ ของท่านค่อยๆ ดีขึ้น แม้ความเจ็บป่วยจะทำให้คุณแม่รู้สึกท้อแท้บ้าง แต่ เมื่อลูกและสามีพูดให้กำลังใจว่า “ไม่เป็นไร เราจะสู้ไป ด้วยกัน ที่ผ่านมาเราก็สู้กันมาได้ตลอด” คุณแม่ก็จะมี แรงฮึดกลับมากินได้ยิ้มได้อีกครั้ง

ช่วงหนึ่งปีให้หลังมานี้ ท่านเดินไม่ค่อยสะดวก ฉันจึงช่วยสระผมให้ที่เตียง และนำน้ำอุ่นมาแช่เท้าให้ ท่านชอบฟังเพลง ฉันก็หา วิทยุเครื่องเล็กๆ มาให้ฟัง คุณแม่มีความสุขที่ได้ฟัง เพลงเก่าทั้งวัน ที่สำคัญบ้านสวนของเราแวดล้อมไปด้วย บ้านญาติๆ ที่คอยดูแลและให้กำลังใจกันทำให้รู้สึก อบอุ่น ฉันคิดว่าความรักและความเอาใจใส่ของคนรอบข้าง สำคัญมาก เช่น การพูดคุยหรือหากิจกรรมทำร่วมกัน จะช่วยให้บรรยากาศในบ้านมีความสดชื่น ทำให้ถึงจะ ป่วยกาย แต่เราไม่ป่วยใจ และสิ่งที่ฉันทำก็เพื่อคนที่ ฉันรัก แล้วคุณล่ะ ดูแลคนที่คุณรัก for your sweet heart อย่างไร #เบาหวานไม่เบาใจ

เบาหวานแต่ไม่ห่างรัก_4

 

เบาหวานแต่ไม่ห่างรัก_5

 

น่ารู้ 
• โรคเบาหวานเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 3 ใน ผู้หญิง และอันดับ 8 ในผู้ชาย โดยสาเหตุการ เสียชีวิตอันดับ 1 ของผู้ป่วยโรคเบาหวานเกิดจาก โรคหัวใจและหลอดเลือด 
• โรคเบาหวานทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจและหลอดเลือดสมอง โรคหลอดเลือดส่วนปลายอุดตัน โรคภาวะแทรกซ้อนที่ จอประสาทตา และโรคไต 
• ในปี พ.ศ. 2558 มีจำนวนผู้ป่วยโรคเบาหวานทั่วโลก กว่า 415 ล้านคน และคาดว่าในปี พ.ศ. 2583 จำนวน ผู้ป่วยโรคเบาหวานจะเพิ่มขึ้นเป็น 642 ล้านคน

 

เคล็ดลับ “เบาหวานไม่เบาใจ” 
1. หมั่นสำรวจการกินยาตามกำหนด และสังเกตระดับ น้ำตาลในเลือดต่ำ (วิงเวียน อ่อนเพลีย ตัวเย็น เหงื่อออก) หรือภาวะระดับน้ำตาลในเลือดสูงเกินไหม (กระหายน้ำ อ่อนเพลีย ปัสสาวะบ่อย ตาพร่ามัว ซึม) 
2. หากผู้ป่วยเดินไปไหนมาไหนไม่ถนัด อาจติดตั้ง กริ่งไร้สายไว้ที่หัวเตียงเพื่อเรียกได้ทันเวลา 
3. หากมีอาการคันที่ผิวหนังก็ควรทาโลชั่นบำรุงผิวให้บ่อยๆ 
4. ผู้ป่วยเบาหวานมักมีอาการชาปลายมือปลายเท้า ลองแช่เท้าด้วยน้ำอุ่นผสมสมุนไพร 
5. ลูกหรือผู้ดูแลควรศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ เบาหวาน หรือเอกสารของหน่วยงานต่างๆ เช่น สำนักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค สมาคมโรค เบาหวานแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ฯ และ เว็บไซต์ www.foryoursweetheart.org

ตอบหน่อยค่อยจาก

เมนูโปรดของคุณแม่อารีย์ ที่เป็นเหตุไปสู่โรคเบาหวาน คือ น้ำอัดลม

ผู้สนับสนุนโครงการ