น้ำตาลต่ำในผู้เป็นเบาหวาน

การดูแลผู้ป่วย

โดย นายแพทย์ชัชลิต รัตรสาร

      เรามักจะคุ้นชินกันดีว่าผู้เป็นเบาหวานจะต้องมีน้ำตาลในเลือดสูง การรักษาโรคเบาหวานเพื่อที่จะลดน้ำตาลในเลือดที่สูงให้ลงมาอยู่ในระดับปกติ เพื่อป้องกันหรือลดโรคแทรกซ้อนอันเกิดจากน้ำตาลในเลือดสูง แต่บางครั้งบางคราว ผลของการรักษาดังกล่าวทำให้ผู้เป็นเบาหวานประสบกับสภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ (ในที่นี้ขอเรียกสั้น ๆ ว่าน้ำตาลต่ำ) จนอาจเป็นอันตราย อาการอันเกิดจากระดับน้ำตาลต่ำมีตั้งแต่ไม่มีอาการจนถึงอาการรุนแรง เช่น หมดสติ ชัก หรืออาจทำให้เสียชีวิตได้ อาการจากน้ำตาลต่ำมักจะเกิดค่อนข้างเร็วและรุนแรงกว่าอาการจากน้ำตาลสูง ดังนั้นผู้เป็นเบาหวานจะไม่อยากให้เกิดภาวะนี้ โดยบางคนพยายามรับประทานอาหารให้มากขึ้นหรือบ่อยขึ้น บางคนหยุดยาที่แพทย์สั่ง สิ่งที่ตามมาคือน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นจนควบคุมไม่ได้ สิ่งนี้เป็นสาเหตุหนึ่งและเป็นสาเหตุที่สำคัญที่ทำให้ผู้เป็นเบาหวานไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ ในการรักษาเบาหวาน แพทย์พยายามที่จะให้การรักษาโดยไม่ให้เกิดน้ำตาลต่ำ ในขณะเดียวกันผู้เป็นเบาหวานก็ต้องมีความรู้ที่จะสามารถป้องกันตนเองไม่ให้เกิดน้ำตาลต่ำ และถ้าเกิดขึ้นแล้วสามารถรักษาตัวเองในเบื้องต้นได้ วันนี้เราจะมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับภาวะน้ำตาลต่ำในผู้เป็นเบาหวานกัน


น้ำตาลต่ำในผู้เป็นเบาหวานเกิดจากสาเหตุใดได้บ้าง

สาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่
  • ใช้ยามากเกินขนาดที่กำหนด ยารักษาเบาหวานที่ทำให้เกิดน้ำตาลต่ำได้บ่อย คือ อินซูลิน และยาเม็ดกระตุ้นการหลั่งอินซูลิน เช่น กลัยเบ็นคลามายด์ กลิพิซายด์ กลัยมิพิรายด์ กลัยคาซายด์
  • ฉีดอินซูลินหรือรับประทานยาเบาหวานไม่ถูกเวลา เช่น ฉีดอินซูลินหรือรับประทานยาโดยไม่รับประทานอาหาร
  • งดรับประทานอาหารในบางมื้อหรือรับประทานอาหารผิดเวลา
  • ใช้แรงหรือออกกำลังกายมากเกินไป
  • ไตวาย ผู้เป็นเบาหวานร่วมกับมีไตวายซึ่งเป็นโรคแทรกซ้อนที่สำคัญของโรคเบาหวาน มีความเสี่ยงที่จะเกิดน้ำตาลต่ำได้บ่อยกว่าผู้ที่ไตทำงานปกติ

 

ผู้เป็นเบาหวานที่ถือว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการเกิดน้ำตาลต่ำ ได้แก่
  • ผู้สูงอายุ
  • มีภาวะไตวาย
  • เป็นเบาหวานมานานมากกว่า 10 ปี
  • รักษาด้วยอินซูลิน
  • ไม่มีอาการขณะน้ำตาลต่ำ

 


ทราบได้อย่างไรว่ามีน้ำตาลต่ำ

เราจะถือว่าผู้เป็นเบาหวานเริ่มมีน้ำตาลต่ำ เมื่อระดับน้ำตาลในเลือดต่ำกว่า 70 มก./ดล.

โดยอาจมีหรือไม่มีอาการอันเกิดจากน้ำตาลต่ำ อาการในระยะแรกผู้เป็นเบาหวานมักจะมีอาการรู้สึกหิว ใจสั่น ตาลาย เหงื่อออก ตัวเย็น มึนงง (อาการเหมือนเวลาหิวข้าวมาก ๆ ถ้าได้กินของหวาน อาการจะหายได้ทันที) ระยะต่อมา ถ้าผู้เป็นเบาหวานไม่กินของหวานเพื่อแก้ไข อาจมีอาการชักเกร็ง อัมพาต ไม่ค่อยรู้สึกตัว หรือหมดสติ ถ้าไม่ได้รับการแก้ไขอีก อาจทำให้เสียชีวิตได้ บางคนโดยเฉพาะผู้เป็นเบาหวานชนิดที่ 1 อาจไม่มีอาการเตือนหรือไม่แสดงอาการ ถ้าไม่แน่ใจว่าเกิดภาวะน้ำตาลต่ำหรือไม่ให้ตรวจน้ำตาลในเลือดด้วยตนเอง (ถ้ามีเครื่องตรวจ) ถ้าพบว่าน้ำตาลในเลือดน้อยกว่า 70 มก./ดล. 2 ครั้ง ให้แก้ไขด้วยวิธีการเดียวกันกับผู้ป่วยที่มีอาการ
 


 

น้ำตาลต่ำมีผลเสียอย่างไรบ้าง

นอกจากอาการอันไม่พึงประสงค์ดังกล่าวข้างต้นแล้ว น้ำตาลต่ำอาจก่อให้เกิดผลเสียต่อร่างกายในระยะยาวได้ โดยเฉพาะถ้าน้ำตาลต่ำมากและเกิดบ่อย ๆ เช่น

  • เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจและการเสียชีวิต ในผู้มีโรคหลอดเลือดหัวใจอยู่แล้ว หรือผู้ที่มีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ
  • สมองเสื่อม
  • โรคซึมเศร้า
  • เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุถ้าเกิดน้ำตาลต่ำขณะขับรถ
  • เพิ่มความเสี่ยงต่อการหกล้มและเกิดกระดูกหักโดยเฉพาะผู้สูงอายุ
  • การเกิดน้ำตาลต่ำบ่อย ๆ ทำให้ร่างกายรับรู้ต่อการเกิดน้ำตาลต่ำครั้งต่อไปน้อยลง ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดน้ำตาลต่ำชนิดรุนแรง เป็นต้น

วิธีแก้ไขน้ำตาลต่ำ

เมื่อเริ่มรู้สึกใจสั่น ตาลาย ให้ตรวจน้ำตาลในเลือดก่อน (ถ้ามีเครื่องตรวจ) แล้วแก้ไขดังนี้
  • ให้รับประทานของหวานอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้ทันที
    • น้ำตาลทราย 2-4 ช้อนชา หรือน้ำตาลก้อน 2 ก้อน
    • ลูกกวาดหรือทอฟฟี่ 2 เม็ด
    • ส้มหรือกล้วยน้ำว้า 1-2 ผล
    • น้ำหวาน น้ำผลไม้ หรือน้ำอัดลม ½-1 แก้ว ถ้าเป็นน้ำหวานเข้มข้น เช่น เฮลซ์บลูบอย ให้ใช้น้ำหวานเข้มข้น 2 ช้อนโต๊ะ ผสมน้ำ ½ แก้ว
  • ให้นั่งพักสักครู่ ห้ามนอนราบ เพราะอาจเกิดการสำลักอาหารเข้าปอดได้
  • ถ้าอาการไม่ดีขึ้นภายใน 15 นาที ให้กินของหวานซ้ำอีกครั้ง ถ้ายังไม่ดีขึ้นให้นำส่งโรงพยาบาลหรือไปพบแพทย์
  • ถ้าดีขึ้นและใกล้เวลาอาหารมื้อหลัก ให้รับประทานอาหารเลย
  • ถ้าดีขึ้นและยังไม่ใกล้เวลาอาหารมื้อหลัก ควรกินอาหารว่างเพียงเล็กน้อย เช่น แซนด์วิชชิ้นเล็ก
 
หากมีอาการมากขึ้นถึงขั้นเป็นลมหมดสติ ให้แก้ไขโดย
  • ให้ช่วยประคองผู้เป็นเบาหวานนั่ง หรือยกศีรษะให้สูงหน่อย แล้วใช้น้ำหวานข้น ๆ หรือน้ำเชื่อม หรือน้ำผึ้ง 2-4 ช้อนชา ป้ายกระพุ้งแก้ม ระวังอย่าให้สำลัก
  • ถ้ายังไม่ฟื้นคืนสติภายใน 15 นาที ให้นำส่งโรงพยาบาลหรือพาไปพบแพทย์

ป้องกันน้ำตาลต่ำได้อย่างไร

ผู้เป็นเบาหวานสามารถป้องกันหรือลดการเกิดภาวะน้ำตาลต่ำได้โดย
  • รับประทานอาหารให้ตรงเวลาทุกวัน ในปริมาณที่ใกล้เคียงกัน ไม่รับประทานน้อยกว่าปกติ
  • ใช้ยาให้ถูกขนาดและตามเวลาที่กำหนด
  • อย่าใช้แรงหรือออกกำลังกายหักโหมเกินไป ควรรับประทานอาหารว่างก่อนออกกำลังหรือกรณีต้องใช้แรงมาก
  • เวลาออกนอกบ้านควรพกน้ำตาลหรือลูกกวาดหรือน้ำผลไม้กล่องติดตัวไว้เสมอ ไว้รับประทานเมื่อเกิดภาวะน้ำตาลต่ำ
  • ผู้เป็นเบาหวานบางราย โดยเฉพาะผู้เป็นเบาหวานชนิดที่ 1 อาจไม่มีอาการในขณะมีน้ำตาลต่ำ การตรวจระดับน้ำตาลในเลือดบ่อย ๆ จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำตาลต่ำได้

"ผู้เป็นเบาหวานที่เป็นลมหมดสติจากน้ำตาลต่ำ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที อาจเป็นอันตรายถึงตายได้"

"สิ่งที่ควรทำหลังเกิดภาวะน้ำตาลต่ำ คือ ค้นหาสาเหตุเพื่อป้องกันการเกิดซ้ำ"

"ให้แจ้งแพทย์ผู้รักษาทราบทุกครั้ง ถ้าเกิดน้ำตาลต่ำ"

 

 

ผู้สนับสนุนโครงการ