แม่เป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ ต้องควบคุมอย่างไร

การดูแลผู้ป่วย

เบาหวานขณะตั้งครรภ์มีอยู่ 2 ประเภท ได้แก่

(1) เบาหวานที่เป็นมาก่อนการตั้งครรภ์

(2) เบาหวานที่เกิดจากการตั้งครรภ์ หมายถึง ก่อนตั้งครรภ์ไม่เป็นเบาหวาน พอตั้งครรภ์ขึ้นมาทำให้เป็นเบาหวาน โรคเบาหวานที่เกิดก่อนการตั้งครรภ์พบได้น้อยกว่าโรค เบาหวานที่เกิดจากการตั้งครรภ์ ในคนไทยพบประมาณร้อยละ 0.5 ของหญิงตั้งครรภ์  ส่วนโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์นั้นพบได้มากถึงร้อยละ 5-20 ขึ้นอยู่กับเกณฑ์ในการวินิจฉัย

เบาหวานที่เป็นมาก่อนการตั้งครรภ์

สำหรับผู้ที่เป็นเบาหวานมาก่อนแล้วเกิดตั้งครรภ์ขึ้นมา ควรรู้ข้อปฏิบัติและข้อเท็จจริงดังต่อไปนี้
 
  • พบแพทย์เพื่อปรับยาและต้องดูแลตัวเองอย่างใกล้ชิด ตรวจเลือดบ่อย ๆ เพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้ดี ในกรณีที่รับประทานยาเม็ดลดน้ำตาลอยู่ก่อนการตั้งครรภ์ แนะนำให้เปลี่ยนเป็นยาฉีดอินซูลินก่อนการตั้งครรภ์ เพื่อจะทำให้การควบคุมระดับน้ำตาลก่อนและระหว่างการตั้งครรภ์อยู่ในเกณฑ์ปกติ

     
  • ถ้ามีโรคแทรกซ้อนบางอย่างแล้วรักษาไม่ดี เช่น เบาหวานขึ้นตาอย่างรุนแรง แพทย์จะไม่ให้ตั้งครรภ์ เพราะขณะตั้งครรภ์เบาหวานขึ้นตาจะกำเริบมากขึ้น ดังนั้น ใครที่มีเบาหวานขึ้นตาอย่างรุนแรงจำเป็นต้องรักษาให้ดีก่อนแล้วจึงตั้งครรภ์ หรือถ้าเบาหวานขึ้นตาแบบไม่รุนแรงระหว่างการตั้งครรภ์จำเป็นต้องตรวจเช็กดวงตาทุก ๆ 3 เดือน

     
  • การตั้งครรภ์ใน 3 เดือนแรก แม่ต้องควบคุมระดับน้ำตาลให้ดี เพราะหากควบคุมน้ำตาลได้ไม่ดี เด็กในครรภ์อาจเกิดภาวะพิการแต่กำเนิดได้ เช่น ภาวะปากแหว่งเพดานโหว่ นอกจากนี้การควบคุมเบาหวานให้ดีตลอดการตั้งครรภ์ก็มีความสำคัญ เพราะถ้าควบคุมระดับน้ำตาลได้ไม่ดีจะทำให้เด็กคลอดมาตัวใหญ่เนื่องจากการที่ระดับน้ำตาลสูงในแม่เข้าสู่เด็กในครรภ์ ทำให้เด็กในครรภ์สร้างฮอร์โมนอินซูลินออกมาเพื่อปรับระดับน้ำตาลในตัวเองให้อยู่ในระดับปกติ ฮอร์โมนอินซูลินนอกจากมีหน้าที่ลดระดับน้ำตาลในเลือดแล้ว ยังสามารถกระตุ้นการสร้างไขมัน ทำให้เด็กตัวโตจากการมีไขมันเพิ่มขึ้น ผลคือทำให้คลอดยาก อาจต้องผ่าคลอด และเมื่อคลอดออกมาเด็กจะมีปัญหาน้ำตาลในเลือดต่ำ เนื่องจากเด็กมีปริมาณฮอร์โมนอินซูลินในตัวสูง แต่ไม่ได้รับน้ำตาลจากแม่แล้ว

 

  • ะดับน้ำตาลที่เหมาะสมในระหว่างการตั้งครรภ์คือ ระดับน้ำตาลช่วงเช้าขณะอดอาหารน้อยกว่า 90 มก./ดล. น้ำตาลในเลือดก่อนอาหารน้อยกว่า 95 มก./ดล. น้ำตาลในเลือดที่หนึ่งชั่วโมงหลังอาหารน้อยกว่า 140 มก./ดล.
     

    โดยสรุปหากแม่เป็นเบาหวาน ลูกก็มีโอกาสเป็นโรคแทรกซ้อนหลายอย่าง แต่ทั้งหมดนี้สามารถป้องกันได้ถ้าแม่ควบคุมน้ำตาลได้ดี ฉะนั้นถ้าแม่ไปพบแพทย์ก่อนการตั้งครรภ์เพื่อเตรียมตัวให้พร้อม สามารถควบคุมเบาหวานได้ดีระหว่างการตั้งครรภ์ ไปพบแพทย์อย่างใกล้ชิด ทั้งแม่ทั้งลูกก็จะปลอดภัย อย่างไรก็ตามต้องยอมรับว่าการตั้งครรภ์ของผู้เป็นเบาหวานอาจจะมีความเสี่ยงมากกว่าคนท้องปกติแต่ถ้าควบคุมเบาหวานดีแล้วก็ถือว่ามีความเสี่ยงใกล้เคียงกัน แต่ที่ต้องระวังคือแม่อาจมีความเสี่ยงครรภ์เป็นพิษเพิ่มขึ้น และมีโอกาสผ่าคลอดเพิ่มขึ้นเพราะลูกตัวใหญ่


เบาหวานที่เกิดระหว่างตั้งครรภ์

เราอาจสงสัยว่า ทำไมการตั้งครรภ์ถึงทำให้เป็นโรคเบาหวานได้ คำตอบคือ เมื่อตั้งครรภ์ร่างกายจะสร้างรกขึ้นเพื่อทำหน้าที่ให้อาหารตัวอ่อนหรือทารก รกจะสร้างฮอร์โมนขึ้นมาซึ่งจะต้านฤทธิ์อินซูลิน (อินซูลินมีหน้าที่ลดน้ำตาล) ดังนั้นอินซูลินจึงออกฤทธิ์ได้น้อยลง ฉะนั้นหญิงตั้งครรภ์ทุกคนจึงมีโอกาสเป็นเบาหวานได้เพราะมีฮอร์โมนจากรกที่ต้านฤทธิ์อินซูลิน
คำถามต่อมาคือ ทำไมหญิงตั้งครรภ์บางคนถึงเป็นเบาหวาน แต่บางคนก็ไม่เป็น
คำตอบคือ ขึ้นกับตับอ่อนของหญิงตั้งครรภ์ว่าจะสามารถสร้างอินซูลินออกมาได้มากเพียงพอไหม ถึงแม้รกจะสร้างฮอร์โมนต้านอินซูลินออกมา แต่หากตับอ่อนสามารถสร้างอินซูลินได้เพียงพอ หญิงตั้งครรภ์คนนั้นก็จะไม่เป็นเบาหวาน แต่ถ้าตับอ่อนของหญิงตั้งครรภ์ไม่ค่อยแข็งแรง สร้างอินซูลินได้น้อยกว่าฮอร์โมนต้านอินซูลินที่รกสร้างขึ้นมา ก็จะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง กลายเป็นเบาหวาน แต่หลังคลอดภาวะเบาหวานจะหายไปเองเพราะรกและฮอร์โมนที่ต้านอินซูลินหายไป น้ำตาลที่เคยสูงขณะท้องก็ลดระดับลงมาจนปกติ
อย่างไรก็ดี ในอีก 10 ปีข้างหน้า หากผู้หญิงคนนี้ไม่ดูแลตนเองอย่างจริงจังก็จะมีความเสี่ยงเป็นเบาหวานมากกว่าผู้หญิงที่ไม่เป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ถึง 7 เท่า เนื่องจากจะเกิดภาวะดื้อต่ออินซูลินเพิ่มขึ้นจากน้ำหนักตัวและอายุที่เพิ่มมากขึ้น
ดังนั้นผู้ที่เคยเป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ หลังคลอดประมาณ 2 เดือนแพทย์จะนัดตรวจระดับน้ำตาลในเลือดซ้ำ หากปกติดีไม่เป็นเบาหวาน แพทย์จะแนะนำวิธีป้องกันตัวเอง เช่น ถ้าอ้วนก็ต้องลดน้ำหนัก หรือถ้าชอบกินของหวานก็ต้องพยายามปรับพฤติกรรมการกินอาหาร หมั่นออกกำลังกาย และนัดตรวจสุขภาพปีละครั้ง หรือถ้าเริ่มเป็นเบาหวานจะได้รักษาทัน จริง ๆ แล้วเรื่องนี้อาจนับเป็นความโชคดีของผู้หญิงตรงที่สามารถคาดการณ์ได้ว่าในอนาคตตนเองจะเป็นเบาหวานหรือไม่ หากทราบว่ามีแนวโน้มที่จะเป็นเบาหวาน จะได้ดูแลตัวเองและหาทางป้องกันตั้งแต่เนิ่น ๆ

ผลเสียของของโรคเบาหวานที่เกิดจากการตั้งครรภ์จะคล้ายคลึงกับผู้ที่เป็นเบาหวานก่อนการตั้งครรภ์ แต่อาจจะน้อยกว่า เนื่องจากระดับน้ำตาลในเลือดจะสูงน้อยกว่าและระยะเวลาสั้นกว่าโรคเบาหวานที่เกิดก่อนการตั้งครรภ์

การรักษาโรคเบาหวานที่เกิดขึ้นขณะตั้งครรภ์มีเป้าหมายให้ระดับน้ำตาลในเลือดขณะตั้งครรภ์อยู่ในเกณฑ์ปกติเหมือนกับโรคเบาหวานที่เกิดก่อนการตั้งครรภ์ การควบคุมอาหารมีส่วนสำคัญอย่างมากในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดขณะตั้งครรภ์ โดยแนะนำให้งดเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลและของหวานทุกชนิด จำกัดปริมาณอาหารประเภทแป้ง เช่น ข้าว และควบคุมปริมาณผลไม้ที่มีรสหวานไม่ให้รับประทานมากเกินไป คนไข้ส่วนใหญ่มักจะสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ด้วยการควบคุมอาหารอย่างเดียว อย่างไรก็ตามในกรณีที่ควบคุมอาหารแล้วระดับน้ำตาลยังเกินเป้าหมายที่ต้องการ ก็จำเป็นที่ต้องฉีดยาอินซูลินเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

ใครที่มีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์

ผู้หญิงตั้งครรภ์ทุกคนมีความเสี่ยงเป็นเบาหวาน แต่ผู้ที่มีความเสี่ยงสูง คือ

  • ผู้หญิงตั้งครรภ์ที่มีอายุมากกว่า 30 ปี
  • อ้วน
  • มีประวัติโรคเบาหวานในครอบครัว
  • มีประวัติคลอดบุตรตัวโตมากกว่า 4 กิโลกรัมขึ้นไป
  • มีประวัติแท้งบุตรหลายครั้ง หรือทารกตายแรกเกิดโดยไม่ทราบสาเหตุ

ผู้สนับสนุนโครงการ