'เบาหวานและหัวใจ' ร้อนนี้เลือกเมนูชื่นใจอะไร ช่วยคลายร้อน

ไลฟ์สไตล์ / อาหาร

เบาหวาน และหัวใจ เมนูช่วยคลายร้อน

ร้อนๆ มันต้องหวานๆเย็นๆ

พอถึงช่วงหน้าร้อน ใคร ๆ ก็ต้องนึกถึงเมนูเครื่องดื่มและขนมหวาน ๆ เย็น ๆ กันทั้งนั้น แถมฤดูนี้ผลไม้ระดับซุปเปอร์สตาร์ก็ออกมายั่วใจกันอีก ทั้งทุเรียน มะม่วง ลำพังคนที่มีสุขภาพดีกินเมนูน้ำตาลสูงพวกนี้ติดต่อกันยังมีผลกับสุขภาพ แล้วคนที่เป็นเบาหวานและโรคหัวใจ หรือมีภาวะแทรกซ้อนจากโรคกลุ่มนี้ยิ่งไปกันใหญ่

 “เบาหวานและหัวใจ" ทำไมต้องเลือกกิน

สำหรับคนที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ มีภาวะเสี่ยงของโรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด ต้องใส่ใจกับเรื่องโภชนาการ เพราะการดูแลโภชนาการที่ดีจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรค ลดการดำเนินโรค และลดภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นจากโรคได้  ช่วยให้สุขภาพโดยรวมแข็งแรง ช่วยรักษาน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม จึงเป็นการช่วยป้องกันการเกิดโรคแทรกซ้อนอื่น ๆ ได้ เพราะสาเหตุการเสียชีวิตสำคัญอันดับ 1 ของผู้ป่วยเบาหวานเกิดจากโรคหัวใจและหลอดเลือด

กินตามสี ช่วยลดโรคได้

โภชนาการของคนเป็นเบาหวาน หรือโรคหัวใจและหลอดเลือด ก็เหมือนคนทั่วไป ควรกินอาหารให้หลากหลายครบ 5 หมู่ ควบคุมปริมาณให้เหมาะสมตามสัดส่วน โดยเฉพาะอาหารในกลุ่มคาร์โบไฮเดรตและไขมัน ซึ่งมีผลต่อระดับน้ำตาลและระดับไขมันในเลือด

จัดอาหารที่ควรกิน และไม่ควรกินได้ด้วยสี ดังนี้

  • สีเขียว คือทานได้บ่อย ไม่จำกัดปริมาณ
    ผักก้าน ผักใบ ผักใบเขียวทุกชนิด กินอย่างน้อย 4-6 ทัพพี ผักกลุ่มนี้ ไม่มีไขมัน ให้พลังงานต่ำ และมีกากใยสูง ทำให้การดูดซึมน้ำตาลช้าลง ช่วยดูดซับน้ำตาลไม่ให้เข้าสู่กระแสเลือดเร็วเกินไป
  • สีส้ม คือ ทานได้ แต่ต้องจำกัดปริมาณ
    ข้าว แป้ง เส้นชนิดต่าง ๆ ขนมปัง เผือก และมัน อาหารจำพวกแป้งเหล่านี้จะถูกย่อยและเปลี่ยนให้เป็นน้ำตาล แต่มีสารอาหารอื่น ๆ ที่มีประโยชน์ด้วย จึงไม่ควรงดแต่ควรจำกัดปริมาณการกินให้เหมาะสม เลือกเป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน อย่างข้าวกล้อง ธัญพืช ขนมปังธัญพืช โดยปริมาณไม่ให้เกินครึ่งหนึ่ง (50%) ของพลังงานที่ร่างกายต้องการ/วัน
  • สีแดง คือควรหลีกเลี่ยง หรือไม่ควรกิน
    อาหารและเครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์นมปรุงแต่งรส ที่มีส่วนผสมของน้ำตาล ไม่ว่าจะเป็นน้ำตาลอ้อย น้ำตาลปี๊บ น้ำตาลก้อน น้ำผึ้ง รวมถึงผลไม้ตากแห้ง ผลไม้กวน และอาหารแปรรูป เพราะจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

 

ร้อนนี้เลือกเมนูหวานอย่างเข้าใจ

“การคุมอาหารไม่ใช่การอดอาหาร” แต่เป็นการกินให้เหมาะสม ทั้งชนิดและปริมาณ ควรควบคุมอาหารประเภทข้าว-แป้ง และนํ้าตาล ควรจัดสัดส่วนอาหารแต่ละมื้อให้เหมาะสม จดบันทึกปริมาณคาร์โบไฮเดรตที่กินในแต่ละวัน หากต้องการกินอาหารที่มีรสหวานหรือขนม จะต้องรู้จักที่จะลดอาหาร หรือแลกเปลี่ยนอาหารในกลุ่มแป้ง และน้ำตาลในวันนั้น ๆ โดยทดแทนตามส่วน เช่น ข้าว 1 ส่วน (1 ทัพพี) นมสดจืด 1 กล่อง/แก้ว (240 มล.)  และ ผลไม้ 1 ส่วน (7-8 ชิ้นคำ) ซึ่งปริมาณคาร์โบไฮเดรตเฉลี่ย 15 กรัม ต่อ 1 ส่วน

ตัวอย่างการแลกเปลี่ยนส่วนอาหารกับขนมที่อยากกิน

  • เค้กมีหน้า 1 ชิ้น (2×2 นิ้ว) จะเท่ากับ ข้าว 2 ส่วน ไขมัน 1 ส่วน
  • โดนัท 1 ชิ้น (45 กรัม) จะเท่ากับ ข้าว 1.5 ส่วน ไขมัน 1 ส่วน
  • ครัวซองต์ 1 ชิ้น (30 กรัม) จะเท่ากับ ข้าว 1 ส่วน ไขมัน 1.5 ส่วน
  • วุ้นกะทิ 1 ชิ้น (2×2 นิ้ว) จะเท่ากับ ข้าว 1 ส่วน ไขมัน 1.5 ส่วน
  • แพนเค้ก 2 แผ่น จะเท่ากับ ข้าว 1 ส่วน ไขมัน 1 ส่วน

 

“เบาหวานและหัวใจ" ดื่มได้ชื่นใจ น้ำตาลไม่พุ่ง

เครื่องดื่มที่เหมาะสมที่สุด ก็ต้องเป็นเครื่องที่ไม่ผสมน้ำตาล หรือน้ำเปล่า อาจใช้การเพิ่มกลิ่นหอมจากสมุนไพรไทย อย่างตะไคร้ มะตูม ใบเตย ใบสะระแหน่ หรือขิง หากต้องการเพิ่มรสชาติ สามารถเติมน้ำตาลได้เล็กน้อย โดยจำกัดปริมาณน้ำตาลเติมเพิ่มไม่ให้เกิน 3 ช้อนชาต่อวัน หากเป็นนม ให้เลือกเป็นนมจืดชนิดพร่องมันเนย และควรหลีกเลี่ยงนมเปรี้ยวและนมปรุงแต่งรส

ดับร้อน ด้วยผลไม้ผู้อ่อนหวาน

สำหรับคนที่อยากกินผลไม้มาช่วยดับร้อน ผลไม้แต่ละชนิดจะมีปริมาณน้ำตาลแตกต่างกัน บางชนิดมีมาก บางชนิดมีน้อย จึงควรเลือกผลไม้ที่มีปริมาณน้ำตาลค่อนข้างต่ำ อย่างฝรั่ง ชมพู่ ส้ม เบอร์รี่ต่าง ๆ และจำกัดปริมาณให้อยู่ประมาณ 7-8 ชิ้นคํา/มื้อ (2-3 มื้อ) และควรหลีกเลี่ยงผลไม้ที่มีน้ำตาลสูงอย่าง ทุเรียน มะม่วงสุก ลำไย องุ่น และมะขามหวาน เป็นต้น

โรคเบาหวานเป็นแล้วแม้จะรักษาให้หายขาดไม่ได้แต่เราก็อยู่ร่วมกับโรคได้อย่างมีความสุข เบาหวานไม่เบาใจ เลือกทานของที่มีประโยชน์ไว้ สุขภาพดีได้นานแน่นอนคะ For Your Sweetheart

 

Reference:
เอกสาร “กินอย่างไรกับเบาหวาน” (ศูนย์เบาหวานศิริราช Siriraj Diabetes Center; SiDC คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลมหาวิทยาลัยมหิดล)
 “กินอย่างไร คุมเบาหวานให้อยู่หมัด” (สสส.)
เอกสาร “อาหารกับโรคเบาหวาน” (งานโภชนาการ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ)
“แนวทางเวชปฏิบัติสำหรับโรคเบาหวาน 2560” (สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี)

ผู้สนับสนุนโครงการ